เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2562 บริษัท กรุงเทพสกรีน จำกัด ได้รับมอบรางวัลชนะเลิศธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี 2562 (The 2019 Good Governance Award) โดยมี คุณประเสริฐ วงศ์พนากิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท เป็นผู้ขึ้นรับมอบรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้
รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นระดับประเทศนี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ 4 องค์กรหลัก ได้แก่:
- ธนาคารแห่งประเทศไทย
- สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
- สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
- สมาคมธนาคารไทย
ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตควบคู่หลักธรรมาภิบาล
บริษัท กรุงเทพสกรีน จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจออกแบบและผลิตงานสกรีนสำหรับโลโก้และลวดลายบนเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ต่าง ๆ เดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล จนได้รับ รางวัลชนะเลิศธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี 2562 สะท้อนแนวทางการบริหารองค์กรที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะผลประกอบการ แต่ยังครอบคลุมถึงพนักงาน ลูกค้า ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
บริษัท กรุงเทพสกรีน จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2528 จากกิจการขนาดเล็กในย่านราษฎร์บูรณะ ก่อนค่อย ๆ ขยายตัวและพัฒนาธุรกิจจากการผลิตตามคำสั่งซื้อให้กับตลาดค้าส่ง ไปสู่การทำงานในรูปแบบ Business to Business หรือ B2B กับแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัททำหน้าที่ออกแบบและผลิตงานสำหรับติดลงบนเสื้อผ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของลูกค้า
นวัตกรรมแก้โจทย์ลูกค้า จุดเปลี่ยนสู่เวทีระดับสากล
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทเกิดจากการพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้า จากเดิมที่โลโก้บนเสื้อผ้าบางประเภทใช้วิธีการปัก ซึ่งอาจทำให้เกิดรูบนเนื้อผ้าและมีโอกาสให้น้ำซึมผ่านได้ บริษัทจึงพัฒนาเทคนิคการพิมพ์สีลงบนผ้าร่มให้สามารถยึดติดได้โดยไม่หลุดล่อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าสู่การทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลก และต่อยอดไปยังลูกค้ารายอื่น ๆ เช่น Nike, Decathlon, Umbro, Asics และ Mizuno รวมถึงสโมสรฟุตบอลชั้นนำในประเทศไทย
เบื้องหลังการเติบโตดังกล่าว บริษัทให้ความสำคัญกับแนวคิดการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยนำข้อกำหนดของลูกค้ามาปรับใช้กับกระบวนการทำงาน ทั้งในด้านแรงงาน คุณภาพผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานที่คู่ค้ากำหนด พร้อมพัฒนาองค์กรให้สามารถรองรับการทำงานกับแบรนด์ขนาดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง
สายสัมพันธ์ 3 ฝ่าย: รากฐานความคิดด้านธรรมาภิบาล
สำหรับแนวคิดด้านธรรมาภิบาล บริษัทไม่ได้เริ่มต้นจากการนำหลักเกณฑ์หรือข้อกำหนดมาใช้เป็นกรอบตั้งแต่แรก แต่เกิดจากแนวคิดพื้นฐานในการทำธุรกิจที่มองความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ฝ่ายสำคัญ ได้แก่ ผู้ประกอบการ พนักงาน และลูกค้า โดยบริษัทเชื่อว่าทั้งสามฝ่ายต้องสามารถเติบโตและเกื้อกูลกันได้ พนักงานควรได้รับการดูแลและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลูกค้าควรได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและคุ้มค่า ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง จากนั้นจึงขยายแนวคิดดังกล่าวไปสู่การดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่โรงงาน
การตรวจประเมินเข้มข้น และการสะท้อนตัวตนที่แท้จริง
จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่โครงการธรรมาภิบาลอย่างเป็นทางการ เกิดขึ้นเมื่อธนาคารกรุงเทพ ซึ่งบริษัทเป็นลูกค้าอยู่ ได้ติดต่อและเสนอให้บริษัทเข้าร่วมโครงการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและตรวจประเมินเพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนของธนาคารกรุงเทพในการเข้าประกวด บริษัทจึงนำหลักเกณฑ์ของโครงการมาเปรียบเทียบกับแนวทางที่ดำเนินการอยู่ และพบว่าหลายด้านสอดคล้องกับสิ่งที่บริษัทปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
ในกระบวนการประเมิน บริษัทผ่านการตรวจเยี่ยมหลายขั้นตอน ทั้งจากธนาคารกรุงเทพและคณะกรรมการธรรมาภิบาล โดยมีการสัมภาษณ์พนักงานและตรวจสอบการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เห็นถึงการปฏิบัติจริงภายในองค์กร บริษัทระบุว่าสิ่งสำคัญในการเตรียมตัวไม่ได้อยู่ที่การสร้างระบบขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำสิ่งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมารวบรวม เรียบเรียง และจัดหมวดหมู่ตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้เห็นแนวทางการบริหารงานอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมมากขึ้น
การดูแลบุคลากร สังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อม
หนึ่งในประเด็นที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างชัดเจนคือการดูแลพนักงาน โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมีสวัสดิการบางส่วนมากกว่าระดับขั้นต่ำที่กำหนด ควบคู่กับการรักษามาตรฐานของสินค้าและการรับฟังความต้องการของลูกค้า ขณะเดียวกันบริษัทยังมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบโรงงาน ทั้งการช่วยเหลือบ้าน วัด และโรงเรียน รวมถึงการสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่
ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการใช้น้ำในงานสกรีน ซึ่งบริษัทพยายามลดปริมาณสีที่เหลือจากกระบวนการทำงานให้น้อยที่สุด เพื่อลดความจำเป็นในการใช้น้ำล้าง เมื่อจำเป็นต้องใช้น้ำ บริษัทมีระบบบำบัดแบบปิดภายในพื้นที่โรงงาน โดยน้ำทั้งหมดจะผ่านกระบวนการกรองและบำบัดภายในพื้นที่ของบริษัท และไม่ปล่อยออกสู่พื้นที่สาธารณะภายนอก
ต่อยอดรางวัล สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
การได้รับรางวัลชนะเลิศธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี 2562 จึงไม่ได้เป็นเพียงการรับรองผลจากการดำเนินงานในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงแนวคิดที่บริษัทใช้ในการบริหารองค์กรมายาวนาน โดยบริษัทมองว่าการประเมินจากหน่วยงานภายนอกช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะของตนเองได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้ที่ทำธุรกิจร่วมกัน โดยเฉพาะคู่ค้าระดับสากลที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดำเนินงานของผู้ผลิตและซัพพลายเออร์
ขณะเดียวกัน บริษัทไม่ได้มองว่าการได้รับรางวัลเป็นจุดสิ้นสุดของการพัฒนา แต่ใช้ข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการเป็นข้อมูลในการปรับปรุงกระบวนการทำงานต่อไป ภายใต้นโยบายการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับการดูแลพนักงาน ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ดีกว่าเดิม เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
กรณีของบริษัท กรุงเทพสกรีน จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำหลักธรรมาภิบาลมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่หรือการลงทุนที่สูงเสมอไป หากแต่เริ่มต้นได้จากวิธีคิด การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม การทำตามกฎหมาย การรักษามาตรฐานสินค้า ตลอดจนการมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกนำมาจัดระบบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาวได้
วิสัยทัศน์และหลักการบริหาร 6 ประการ
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่บริษัท กรุงเทพสกรีน จำกัด ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ 6 ประการ ได้แก่:
- ยึดถือความเป็นธรรม (Holding to fairness)
- เชื่อมั่นคุณค่า (Believing in values)
- มุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Aiming for excellence)
- ช่วยเหลือสังคม (Helping society)
- รักษาสิ่งแวดล้อม (Protecting the environment)
- เข้าถึงวัฒนธรรม (Access to culture)